นักชีววิทยาชาวเบลเยียมค้นพบกิ้งก่าสายพันธุ์ใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต

นาย Olivier Pauwels นักชีววิทยาชาวเบลเยียม วัย 43 ปี ซึ่งขณะนี้ได้พำนักอาศัยอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ได้ร่วมกับ สถาบันวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งราชบัณทิตยสถานเบลเยียม (Royal Belgian Institute of Natural Sciences), มหาวิทยาลัยลาเซียรา (La Sierra University) รัฐแคลิฟอร์เนีย ในประเทศสหรัฐอเมริกา และสถานีประมงทะเลจังหวัดระนองในประเทศไทย ทำการวิจัยค้นพบกิ้งก่าสายพันธุ์ใหม่ในจังหวัดภูเก็ตใหม่ได้สำเร็จ

นาย Pauwels ได้ค้นพบกิ้งก่าขนาดเล็กสายพันธุ์ใหม่ที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายมังกร โดยการสำรวจครั้งนี้เขาดำเนินร่วมกับทีมวิจัยซึ่งมีนักวิจัยชาวไทยและอเมริกันร่วมอยู่ด้วยเขาได้อธิบายลักษณะของกิ้งก่าชนิดนี้ในวารสารวิชาการซึ่งถูกตีพิมพ์แล้วโดยสำนักพิมพ์ ซูแทกซา (Zootaxa) ไว้ว่า “มันมีความยาวประมาณ 35 ซม. ตรงส่วนหัวของกิ้งก่าชนิดนี้จะมีเขายาว ๆ ยื่นออกมา และตรงกลางหลังจะมีหนามแหลมคมทอดยาวไปตามแนวลำตัว” โดยนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งราชบัณทิตยสถานเบลเยียมซึ่งทำงานเป็นนักวิจัยร่วมในการสำรวจครั้งนี้ ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของกิ้งก่าสายพันธุ์นี้อย่างเป็นทางการไว้ว่า “Acanthosaura phuketensis” ซึ่งมีความหมายว่า “กิ้งก่าซึ่งเต็มไปด้วยหนามจากจังหวัดภูเก็ต”

นาย Pauwelsซึ่งมีความหลงใหลในงานที่เขาทำอยู่ได้กล่าวว่ามันเป็นการค้นพบที่วิเศษมาก และหากย้อนกลับไปดูชีวิตของเขา เราได้พบว่าเมื่อเขาอายุได้ 3 ปี ซึ่งขณะนั้นเขาอาศัยในเขตหมู่บ้าน Grand-Bigard เขาได้เริ่มสะสมพวกตัวนิวต์ (สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำลักษณะคล้ายจิ้งจก) กิ้งก่า และกบ  เขาได้กล่าวอีกว่าภูเก็ตไม่ใช่แค่สถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นแหล่งทำการวิจัยที่สำคัญในการค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ๆ อาทิเช่น ตุ๊กแกสายพันธุ์ใหม่ และงูเขียวไผ่ภูเก็ตที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่งสัตว์พวกนี้เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นดังนั้นไม่มีที่ไหนที่เราจะสามารถพบมันได้นอกจากที่นี่

นาย Pauwels บอกว่าแม้กิ้งก่าชนิดนี้จะดูน่ากลัวแต่จริง ๆ แล้วกลับไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เพราะส่วนมากมันกินแต่แมลงเป็นอาหาร และมันก็ชอบเก็บตัวอาศัยอยู่บนต้นไม้ในป่าทึบ และแทบจะไม่ลงมาข้างล่างเลย  ในขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตมีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่นาย Pauwels กลับมีความรู้สึกกังวลและกลัวว่า การขยายตัวของสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์จะไปทำลายพื้นที่ป่าผืนสุดท้ายที่อยู่ในเกาะซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เหล่านี้ และการค้นพบกิ้งก่าสายพันธุ์ใหม่ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าบนเกาะภูเก็ต เพราะถ้าไม่มีป่าเหล่านี้ พวกสัตว์เฉพาะถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็จะสูญพันธ์ไป

ทางสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ มองเห็นว่าการค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจและอยากที่จะเผยแพร่ให้ประชาชนคนไทย และหน่วยงานอื่น ๆ ของภาครัฐได้รับทราบ ด้วยเหตุนี้ทางสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ จึงได้ประสานงานติดต่อกับนาย Pauwels เพื่อขอข้อมูลและรูปถ่ายคุณภาพสูงของกิ้งก่าสายพันธ์ใหม่นี้เพิ่มเติม และได้ทำการแปลเพื่อเผยแพร่บทความเกี่ยวกับการค้นพบกิ้งก่าสายพันธ์ใหม่นี้ซึ่งถูกตีพิมพ์ไปก่อนหน้านี้แล้วในหนังสือพิมพ์ของประเทศเบลเยียม ให้เป็นภาษาไทยเพื่อสะดวกต่อการอ่านและทำความเข้าใจของประชาชนทั่วไปในประเทศไทย


กลับไปหน้าบทความ