การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา

ไวรัสซิกาคืออะไร?

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus disease) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสซิกาซึ่งมียุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค ส่วนยุงลายสวนก็ถือว่ามีความน่าจะเป็นที่จะเป็นพาหะนำโรค อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันว่ายุงลายสวนที่พบในยุโรปสามารถแพร่กระจายโรคนี้ได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังการแพร่ระบาดของเชื้อยังสามารถเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์และจากมารดาสู่ทารกแรกคลอด ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิการายแรกนั้นถูกพบในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2015 และหลังจากนั้นก็ได้พบการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสชนิดนี้ไปยังประเทศอื่นๆในแถบละตินอเมริกาและอเมริกากลาง และกลุ่มประเทศในเขตทะเลแคริเบียน 

มีการสันนิษฐานถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างการติดเชื้อไวรัสซิกาในหญิงมีครรภ์กับภาวะศีรษะเล็กของเด็กแรกเกิดที่คลอดออกมา หรือที่เรียกว่าภาวะ microcephaly  ซึ่งเป็นภาวะผิดปกติของระบบประสาทของสมอง และเป็นหนึ่งในอาการของกลุ่มโรคจีบีเอส หรือกลุ่มโรคกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre syndrome) ที่อาจส่งผลให้ทารกมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง และในบางรายที่เป็นหนักอาจถึงขั้นอัมพาต แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้ ดังนั้นเหล่าผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ จึงเห็นพ้องกันว่าความร่วมมือในระดับนานาชาติในการศึกษาและทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างการติดเชื้อไวรัสซิกากับภาวะผิดปกติของระบบประสาทของสมองของเด็กแรกเกิดเป็นเรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วน

ในขณะนี้เหล่าผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษาลักษณะการแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์ของยุงสายพันธุ์ที่ทำหน้าที่เป็นพาหะของไวรัสซิกา และหากยืนยันได้ว่ายุงลายสวนสามารถเป็นพาหะของโรคได้ด้วยนั้น ก็จำต้องพึงต้องระมัดระวังการแพร่บาดของเชื้อไวรัสซิกาจากยุงชนิดนี้ ซึ่งอาจจะพบในฤดูร้อน โดยเป็นไปได้ที่จะแพร่จากแถบยุโรปตอนใต้ นอกจากนี้เหล่าผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่าการขาดแคลนวัคซีน การวินิจฉัยโรคที่ใช้เวลานานและขาดความเที่ยงตรง และภูมิคุ้มกันที่บกพร่องของประชาชนในประเทศที่เชื้อไวรัสเพิ่งเริ่มแพร่กระจาย ถูกพิจารณาว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกาย่ำแย่ลงไปอีก

ขณะที่เชื้อไวรัสซิกายังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคอเมริกา ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาผ่านนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าทวีปยุโรปก็มีมากขึ้น โดยปัจจุบันได้มีการรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาแล้วใน 6 ประเทศในทวีปยุโรป แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ไวรัส 

ซิกาในยุโรปยังพบแค่ในนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้ และจากรายงานการระบาดของเชื้อไวรัสซิกาในประเทศเยอรมันซึ่งจัดทำโดยสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินพบว่าในขณะนี้ยังไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ในประเทศเยอรมัน และยังไม่พบผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ดร.มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (World Health Organisation, WHO) ได้ประกาศให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาที่มีพาหะคือยุงลาย เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ในมุมมองขององค์การอนามัยโลก ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดภัยคุกคามในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสซิกา และช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสซิกาไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยความร่วมมือระหว่างประเทศนี้จำเป็นที่ต้องถูกใช้ในการพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง การวินิจฉัยการติดเชื้อ การตรวจหาความผิดปกติของทารกแรกเกิดและภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท การใช้มาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมจำนวนประชากรยุงลาย และการวิจัยและพัฒนาวิธีการวินิจฉัยโรครวมไปถึงวัคซีนเพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์จากการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ในขณะนี้มาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมจำนวนประชากรยุงลาย และการป้องการตนเองโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์จากการถูกยุงลายกัด

การจัดการกับเชื้อไวรัสซิกาในยุโรป

เมื่อเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ทางคณะกรรมาธิการยุโรปได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก และรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการกับภัยคุกคามระหว่างประเทศที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกานั้นมีความสอดคล้องและดำเนินไปในทิศทางเดียวกันตามประกาศกฎระเบียบต่อภัยคุกคามทางสุขภาพที่รุนแรงของสหภาพยุโรป(1082/2013/EU) โดยมีการตัดสินใจมอบหมายให้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหภาพยุโรป(European Centre for Disease Prevention and Control, ECDC) จัดทำการประเมินความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา

จากรายงานล่าสุดของศูนย์ ECDC ซึ่งถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 22มกราคม ค.ศ. 2016 ได้ระบุว่าความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัสซิกาในยุโรปนั้นค่อนข้างต่ำมากในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อยุงลายในการทำหน้าที่เป็นพาหะของไวรัสซิกา และผลจากการประเมินความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาจากศูนย์ ECDC ส่งผลให้มีการเผยแพร่มาตรการต่าง ๆ ที่ใช้ในการควบคุมการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ให้แก่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของประเทศสมาชิกต่าง ๆ ของสหภาพยุโรป

นอกจากนี้การประกาศใช้กฎระเบียบต่อภัยคุกคามทางสุขภาพที่รุนแรงของสหภาพยุโรปได้ส่งผลให้มีการนำระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์มาใช้ในสหภาพยุโรป อีกทั้งคณะกรรมการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพ (Health Security Committee, HSC) ได้ประสานงานจัดการประชุมอย่างต่อเนื่องระหว่างประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป และคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อหารือในเรื่องความร่วมมือเพื่อป้องกันและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา โดยการประชุมครั้งล่าสุดเกิดเมื่อวันที่ 9กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016

ที่มา:
http://ec.europa.eu/health/preparedness_response/policy/decision/index_en.htm
http://www.who.int/mediacentre/news/statements/2016/emergency-committee-zika-microcephaly/en/#.Vreie2nXIjE.mailto
http://ec.europa.eu/commission/2014-2019/moedas/blog/european-commission-urges-support-urgent-zika-research_en
รายงานเรื่อง “ท่าทีเยอรมันต่อการระบาดของไวรัส Zika” จัดทำโดยสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน


กลับไปหน้าบทความ