กฎระเบียบว่าด้วยความปลอดภัยของการใช้เมล็ดเจียใน Novel Food

10/07/19

ธัญพืชชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากมายในหมู่คนรักสุขภาพ คือ Chia Seed หรือ เมล็ดเจีย โดยจัดเป็นพืชในกลุ่มเครื่องเทศตระกูลเดียวกันสะระแหน่และกะเพราะ มีถิ่นกำเนิดทางตอนกลางไปจนถึงตอนใต้ของประเทศเม็กซิโกและกัวเตมาลา เป็นพืชที่มีอายุมากกว่า 3,500 ปีก่อนคริสตกาล

เมล็ดเจีย ได้รับการประชาสัมพันธ์ว่าเป็น super food ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุๆ เช่น โบรอนที่ช่วยดูดซึมแคลเซียม โดยคุณสมบัติเด่นคือ มีไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มท้อง จึงมักนำมาเป็นอาหารเพื่อช่วยลดน้ำหนัก เมล็ดเจียเมื่อนำไปแช่น้ำจะพองตัวเป็นสิบเท่า ลักษณะคล้ายเม็ดแมงลักแต่คุณค่าทางอาหารสูงกว่ามาก ส่วนใหญ่นำไปผสมในอาหารรับประทาน เช่น โยเกิร์ต นมสด น้ำเต้าหู้ หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ มีหลาย ๆ บทความที่เสนอประโยชน์ของเมล็ดเจียในการเสริมสร้างสุขภาพ ดังนี้ ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ช่วยให้บาดแผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน บำรุงสมองและความจำ ป้องกันโรคกระดูกพรุน กระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้น และช่วยระบบย่อยให้ทำงานได้ดีขึ้น เป็นต้น

อาหารใหม่ หรือ Novel food

ถึงแม้เมล็ดเจีย จะเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ แต่การนำเมล็ดเจียไปแปรรูปในอาหารประเภทใหม่ ๆอาจจะก่อให้เกิดปัญหาทางด้านความปลอดภัยทางอาหารได้ ด้วยเหตุนี้ทางคณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้ยื่นคำร้องให้คณะกรรมการด้านโภชนาการ อาหารใหม่ และ สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร (Panel on Nutrition, Novel Foods and Food Allergens, NDA) ทำการศึกษาและพิจารณาพร้อมให้ความเห็นในประเด็นการใช้เมล็ดเจีย (Salvia hispanica L.) ในรูปแบบผงเพื่อใช้เป็น Novel Food หรือ อาหารใหม่ ตามกฎระเบียบ EU 2015/2283

หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่า Novel Food คืออะไร เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ ฉบับที่ 376 เรื่อง อาหารใหม่ หรือ Novel food โดยกล่าวว่าในปัจจุบันนี้มีการนำวัตถุที่ไม่เคยบริโภคเป็นอาหารมาใช้เป็นอาหารหรือส่วนประกอบอาหาร อีกทั้งมีการพัฒนากระบวนการผลิตอาหารโดยใช้เทคโนโลยีที่ไม่เคยใช้มาก่อน จึงสมควรมีมาตรการการประเมินความปลอดภัยรองรับเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีการให้ความหมายของอาหารใหม่ไว้ 3 ข้อ ดังนี้ 1) อาหารใหม่ หมายถึง อาหารหรือส่วนประกอบของอาหาร ที่ปรากฏหลักฐานทางวิชาการ ว่ามีประวัติการบริโภคเป็นอาหารน้อยกว่า 15 ปี 2) อาหารใหม่ หมายถึง อาหารหรือส่วนประกอบของอาหาร ที่ได้จากกระบวนการผลิตที่ไม่ใช่กระบวนการผลิตโดยทั่วไปของอาหารนั้น ๆ ที่ทำให้ส่วนประกอบ โครงสร้างของอาหาร รูปแบบของอาหารนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการ กระบวนการทางเคมีภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต (Metabolism) หรือระดับของสารที่ไม่พึงประสงค์ 3) อาหารใหม่ หมายถึง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุตามข้อ 1) และ ข้อ 2) เป็นส่วนประกอบทั้งนี้อาหารใหม่ในประกาศฉบับนี้ ไม่รวมถึงวัตถุเจือปนอาหารและอาหารที่ได้จากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรม จากความหมายของอาหารใหม่จะเห็นว่า การพิจารณาว่าอาหารนั้นจะเป็นอาหารใหม่หรือไม่ ให้ความสำคัญกับระยะเวลาการมีประวัติการนำมาบริโภคเป็นอาหารและการใช้กระบวนการผลิตแบบใหม่ที่แตกต่างจากการผลิตโดยทั่วไปของอาหารนั้น เช่น กรณีนำแมลงชนิดที่ไม่ปรากฏหลักฐานทางวิชาการด้านประวัติการบริโภคเป็นอาหารหรือมีหลักฐานการบริโภคในระยะเวลาน้อยกว่า 15 ปี จะจัดได้ว่าแมลงชนิดนั้นเป็นอาหารใหม่ได้ หรือกรณีการผลิตอาหารโดยใช้กระบวนการผลิตนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ซึ่งไม่ใช่กระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมของอาหารชนิดนั้น ที่ส่งผลให้ส่วนประกอบของอาหารเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีขนาดอนุภาคเล็กลงกว่าอาหารที่ได้จากกระบวนการผลิตเดิม ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร จะจัดได้ว่าเป็นอาหารใหม่ได้ เนื่องจากอาหารใหม่อาจมีโอกาสเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการบริโภคได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งต่างประเทศและในประเทศ จึงมีความพยายามในการประเมินความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด

การตรวจสอบและประเมินความปลอดภัย

หลังจากได้รับคำร้องทาง NDA ก็ได้ทำการทดสอบผงเมล็ดเจียที่ถูกสัดไขมันออกไปบางส่วน ซึ่งถูกผลิตด้วยการนำเมล็ดเจียทั้งเมล็ดไปผ่านการอัดผ่านเกลียว โดยการประเมินความปลอดภัยของอาหารใหม่ชนิดนี้ NDA ได้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานความปลอดภัยทางอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA)  ว่าด้วยเรื่องการอนุญาตการใช้อาหารใหม่ตามกฎระเบียบ EU 2017/2469

โดยอาหารใหม่ชนิดนี้ ทางผู้ผลิตได้ประชาสัมพันธ์ให้ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเป็นส่วนผสมในอาหารประเภทอื่น ๆ โดยปริมาณสูงสุดที่แนะนำให้ใช้อยู่ที่ร้อยละ 0.7 ถึง ร้อยละ 10 ในอาหารที่มีการเติมสารอาหารเพิ่มลงไปเพื่อทำให้อาหารนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มมากขึ้น (fortified food) และกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมายของอาหารใหม่ขนิดนี้ก็คือ ประชาชนทั่วไป

จากการตรวจสอบของ NDA พบว่าปริมาณและชนิดของกรดไขมัน กรดอะมิโน และคาร์โบไฮเดรตในอาหารใหม่ชนิดนี้ มีความคล้ายคลึงกับของเมล็ดเจีย นอกจากนี้กระบวนการแปรรูปอาหารที่ใช้ ส่วนประกอบของอาหาร วิธีการรับประทานหรือนำไปใช้ของอาหารใหม่ชนิดนี้ ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยทางด้านอาหาร ยกเว้นการก่อให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติมด้านพิษวิทยาของอาหารใหม่ชนิดนี้

NDA ระบุว่าศักยภาพในการก่อให้เกิดอาการแพ้ของอาหารใหม่ชนิดนี้นั้นเทียบเท่ากับเมล็ดเจียทั่วไป เพราะจากการตรวจสอบพบว่ากระบวนการแปรรูปอาหารที่ใช้ไม่ได้มีผลต่อสารก่อภูมิแพ้ในเมล็ดเจีย ด้วยเหตุนี้ NDA จึงสรุปว่า ผงเมล็ดเจียที่ถูกสัดไขมันออกไปบางส่วนโดยการอัดผ่านเกลียวนั้นมีความปลอดภัยในการบริโภค

การมีมาตรการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยดังกล่าว มีข้อดีทั้งสำหรับในมุมมองของผู้บริโภคที่จะมั่นใจในการซื้ออาหารใหม่มาบริโภค และสำหรับในมุมมองของอุตสาหกรรมอาหารที่จะมั่นใจในการยอมรับผลิตภัณฑ์ และช่วยยกระดับให้ผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ให้มีความน่าเชื่อถือ เป็นสากล และมีโอกาสช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยอาหารชนิดใหม่ได้อย่างมีคุณภาพในอนาคต โดยผลการศึกษาของ NDA ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการด้านอาหารในไทยที่สนใจพัฒนาผลิตภัฑณ์อาหารใหม่จากเมล็ดเจียโดยใช้กรรมวิธีการอัดผ่านเกลียว ในการส่งออกสินค้ามาขายในยุโรป

ที่มา: https://efsa.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.2903/j.efsa.2019.5716


กลับไปหน้าบทความ