สหภาพยุโรปเปิดตัวแผนนโยบาย Green Deal เพื่อจัดการกับสภาวะโลกร้อนและสร้างบทบาทการเป็นผู้นำในเวทีโลกในด้านอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสะอาด

03/01/20

เมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคม 2562 ณ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการยุโรป นาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปคนใหม่ ซึ่งนับเป็นผู้นำหญิงคนแรกของสหภาพยุโรปได้ออกมาแถลงข่าวแผนนโยบาย Green Deal ซึ่งเป็นนโยบายการลดและต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป โดยมีจุดมุ่งหมายขับเคลื่อนยุโรปสู่สังคมไร้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี ค.ศ. 2050 อีกทั้งยุโรปจะต้องเป็นผู้นำในเวทีโลกในด้านอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสะอาด โดยเนื้อหาสำคัญ 10 ประการของแผนนโยบาย Green Deal มีดังนี้

1. การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral)

สหภาพยุโรปได้กำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งระเบียบวาระดังกล่าวจะถูกบรรจุอยู่ในกฎหมายว่าด้วยสภาพภูมิอากาศซึ่งจะถูกนำเสนอในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2020

ระเบียบวาระดังกล่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย โดยมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 40 เพิ่มเป็นร้อยละ 50-55 ภายในปี ค.ศ. 2030 (โดยใช้ฐานของปี ค.ศ. 1990 มาวัด)  แต่ทว่ายังจะต้องมีการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ของเป้าหมายใหม่อีกทีหนึ่ง

คณะกรรมาธิการยุโรปจะทำการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปให้สอดคล้องกับเป้าหมายใหม่ โดยจะเริ่มที่ กฎระเบียบพลังงานทดแทน (Renewable Energy Directive, RED) กฎระเบียบประสิทธิภาพทางพลังงาน (Energy Efficiency Directive, EED) รวมไปถึง กฎระเบียบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Emission Trading Scheme, ETS)  กฎระเบียบว่าด้วยการกำหนดสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศสมาชิก (Effort Sharing Regulation, ESR) และกฎระเบียบการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงที่ดิน และป่าไม้ (land use, land-use change and forestry, LULUCF) ซึ่งข้อเสนอในการแก้ไขกฎระเบียบแต่ละฉบับจะถูกนำเสนอในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2021

ในขณะที่แผนพลังงานอัจฉริยะที่จะรวมภาคส่วนพลังงานไฟฟ้า ก๊าซ และพลังงานความร้อนให้อยู่ในระบบ เดียวกัน จะถูกนำเสนอในปี ค.ศ. 2020 และจะมาพร้อมกับโครงการใหม่เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานลมนอกชายฝั่ง

2. แผนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนฉบับใหม่ (Circular Economy)

แผนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนฉบับใหม่จะถูกนำเข้าที่ประชุมในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2020 โดยแผนนโยบายฉบับใหม่นี้จะครอบคลุมประเด็นผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน โดยจะอธิบายถึงวิธีการผลิตที่จะลดการใช้วัสดุและทรัพยากร และการออกแบบเพื่อส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิล เช่น กรณีของแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น เหล็ก ซีเมนต์ และสิ่งทอ โดยจะเตรียมการให้มีการผลิตวัสดุเหล่านี้ด้วยพลังงานสะอาด อย่างเช่น ไฮโดรเจน ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030

3. การปรับปรุงอาคารบ้านเรือน (Building renovation)

Green Deal นั่นคือการเพิ่มอัตราการปรับปรุงอาคาร โดยเพิ่มเป็นจำนวนอย่างน้อย 2 ถึง 3 เท่าจากปัจจุบันที่อยู่ที่ร้อยละ 1

4. สังคมไร้มลพิษ (Zero-pollution)

แผนนโยบาย Green Deal ต้องการสร้างสังคมที่ไร้มลพิษ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ ดิน และน้ำ ต้องปลอดจากสารมลพิษภายในปี ค.ศ. 2050 โดยแผนนโยบายใหม่นี้จะครอบคลุมถึงกลยุทธ์การจัดการสารเคมีเพื่อสร้างสังคมที่ปราศจากสารพิษ

5. ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Ecosystems & biodiversity)

แผนกลยุทธ์ใหม่ด้านความหลากหลายทางชีวภาพจะถูกนำเสนอในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2020 ก่อนที่จะมีการจัดการประชุม UN Biodiversity Summit ในเดือนตุลาคม ณ ประเทศจีน โดยภายใต้แผนกลยุทธ์ใหม่ สหภาพยุโรปต้องการเป็นผู้นำในการพัฒนามาตรการเพื่อจัดการกับปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เช่นมาตราการจัดการมลพิษในดินและน้ำ และแผนกลยุทธ์ป่าไม้ฉบับใหม่ที่จะมุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการปลูกป่าทั้งในเขตเมืองและชนบท และกฎการใช้ฉลากเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีกระบวนการผลิตปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า

6. แผนกลยุทธ์จากฟาร์มถึงปลายส้อม (From Farm to Fork Strategy)

แผนกลยุทธ์จากฟาร์มถึงปลายส้อมจะถูกเสนอแก่ที่ประชุมในปี ค.ศ. 2020 โดยมีจุดมุ่งหมายพัฒนาระบบเกษตรกรรมสีเขียวเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งจะมีการพิจารณาลดการใช้ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี และยาต้านจุลชีพ อย่างมีนัยสำคัญ

7. ภาคการขนส่ง (Transport)

ปัจจุบันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการขนส่งของสหภาพยุโรปอยู่ที่ 95gCO2/km ภายใน ค.ศ. 2021 แต่สหภาพยุโรปมีความมุ่งมั่นที่จะลดระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนนี้ให้เป็นศูนย์ในช่วงปี ค.ศ. 2030 โดยจะมีการกระตุ้นและส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าผ่านเป้าหมายการติดตั้งสถานีจ่ายไฟจำนวน 1 ล้านสถานีทั่วยุโรปให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2025 นอกจากนี้จะมุ่งเน้นการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบิน การเดินเรือ และ การขนส่งโดยยานยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สามารถขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าได้

8. การเงิน (Money)

สหภาพยุโรปเตรียมใช้เครื่องมือทางการเงิน Just Transition Mechanism โดยจะระดมทุนจำนวน 1 แสนล้านยูโร เพื่อช่วยประเทศ ภูมิภาค และภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงสุด ที่ยังต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยงบประมาณ 1 แสนล้านยูโรนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่

  • กองทุน Just Transition เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม โดยจะดึงงบประมาณด้านนโยบายภูมิภาคของสหภาพยุโรปมาใช้
  • โครงการ InvestEU ซึ่งงบประมาณจะมาจากธนาคารเพื่อการลงทุนของยุโรป (The European Investment Bank, EIB)
  • กองทุนธนาคารเพื่อการลงทุนของยุโรป

โดยทุก ๆ ยูโรที่ถูกใช้จ่ายจากกองทุน จะถูกสบทบด้วยเงิน 2 ถึง 3 ยูโร จากงบประมาณส่วนภูมิภาค

9. การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม (R&D and innovation)

ขอบข่ายโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรปฉบับที่ 9 หรือ Horizon Europe ซึ่งมีงบประมาณ 10 ล้านล้านยูโร ครอบคลุมช่วงปี ค.ศ. 2021-2027 จะส่งเสริมแผนนโยบาย Green Deal เช่นกัน โดยร้อยละ 35 ของทุนวิจัยจะนำไปส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม

10. ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ (External relations)

สหภาพยุโรปมุ่งใช้มาตรการทางการทูต ในการสนับสนุนแผนนโยบาย Green Deal ซึ่งหนึ่งในมาตรการ คือ ข้อเสนอการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ณ ชายแดน ในขณะที่สหภาพยุโรปเพิ่มมาตรการต่าง ๆ ในการรักษาสิ่งแวดล้อม สหภาพยุโรปจึงอยากเห็นประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกแสดงเจตจำนงค์ที่สอดคล้องกัน และสหภาพยุโรปจะป้องกันเศรษฐกิจในภูมิภาคจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

จากแผนนโยบาย Green Deal ข้างต้น หน่วยงานในไทยทั้งภาครัฐและเอกชนควรเตรียมความพร้อมและจัดเตรียมมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแผนนโยบาย Green Deal โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มิฉะนั้นอาจจะทำให้ประเทศไทยเสียสิทธิประโยชน์ในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เช่นในกรณี การเสียภาษีคาร์บอน นอกจากนี้ประเทศไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากแผนนโยบาย Green Deal ในการร่างมาตรการและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ของไทย หรือเป็นช่องทางในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยด้านพลังงานสะอาดในยุโรปได้อีกด้วย

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบาย Green Deal พร้อมทั้งข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ รายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลนโยบาย ของสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ ประจำเดือนธันวาคม 2562

 

ที่มา:

https://ec.europa.eu/info/sites/info/files/european-green-deal-communication_en.pdf

https://www.euractiv.com/section/transport/news/eu-green-deal-to-tune-up-car-co2-rules/

http://thaibizdenmark.com/


กลับไปหน้าบทความ