การประชุมทีมประเทศไทย ณ กรุงปารีส และงานเฉลิมฉลองการประดิษฐานรูปปั้นโกษาปาน ณ เมืองแบรสต์ ประเทศฝรั่งเศส

18/02/2020

ดร. มาณพ สิทธิเดช อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้เข้าร่วมการประชุมทีมประเทศไทย ณ กรุงปารีส และงานเฉลิมฉลองการประดิษฐานรูปปั้นโกษาปาน ณ เมืองแบรสต์(Brest) ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างวันที่ 14 – 15 กุมภาพันธ์ 2563

ในส่วนของการประชุมทีมประเทศไทย ณ กรุงปารีสในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งมีเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เป็นประธาน และผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยประจำกรุงปารีสและสำนักงานที่มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศฝรั่งเศสและข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตและสำนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ในโอกาสนี้ ดร. มาณพ สิทธิเดช อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ได้นำเสนอในประเด็นของการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศฝรั่งเศส และแผนงานการจัดกิจกรรม ในปี 2563 ของสำนักงานฯ

โดยในส่วนของการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศฝรั่งเศส นั้น สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้นำเสนอให้ที่ประชุมทราบถึงประเด็นนโยบาย European Green Deal ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ล่าสุดของสหภาพยุโรปที่นำเสนอโดย นาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปคนใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อการลดและต่อสู้กับภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนยุโรปสู่สังคมที่มีการดูแลและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี โดยจะมีควบคุมให้มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 อีกทั้งยังสร้างบทบาทของยุโรป ให้เป็นผู้นำในเวทีโลกในด้านอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสะอาด ทั้งนี้คาดว่านโยบาย Green Deal นี้ จะยังคงเป็นทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจยุโรปในอีก 3 ทศวรรษข้างหน้านี้อีกด้วย และคาดว่าสหภาพยุโรปจะใช้มาตรการทางด้านการเงินมากถึง 1 ล้านล้านยูโร เพื่อใช้ในการผลักดันนโยบาย Green Deal นี้ในช่วงระยะ 10 ปีข้างหน้า โดยทั้งนี้ร้อยละ 35 ของแผนงานการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ของสหภาพยุโรปฉบับใหม่ คือฉบับที่ 9 หรือ Horizon Europe ซึ่งมีงบประมาณทั้งหมดประมาณหนึ่งแสนล้านยูโร ครอบคลุมในช่วง ค.ศ. 2020 – 2027 จะมีส่วนในการส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม จากแผนนโยบาย Green Deal ข้างต้น ดังนั้น หน่วยงานไทยทั้งภาครัฐและเอกชน ควรเตรียมความพร้อมและจัดเตรียมมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานสินค้าและการผลิตให้สอดคล้องกับนโยบาย Green Deal เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการต่างๆจากสหภาพยุโรป ขณะเดียวกันสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย และภาคเอกชนควรใช้โอกาสนี้ในการมุ่งแสวงหาความร่วมมือกับพันธมิตรในยุโรป โดยเฉพาะกับประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีความเข้มแข็งในโครงสร้างพื้นฐานในด้านการอุดมศึกษา การวิจัย และธุรกิจ Start-ups เพื่อการวิจัยและการลงทุนที่เกี่ยวข้อง

สำหรับในส่วนของแผนงานการจัดกิจกรรม ในปี 2563 นั้นสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ มีแผนงานในการจัดกิจกรรมที่สำคัญ ดังนี้

- จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมวิชาการนักเรียนไทยในทวีปยุโรปครั้งที่ 9 (TSAC2020) ณ กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ร่วมกับตัวแทนกลุ่มนักเรียนไทยจากประเทศต่างๆในทวีปยุโรป และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ในระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2563 โดยเป็นการจัดประชุมวิชาการภายใต้แนวคิด “Living in the digital transformation era” ซึ่งเป็นยุคที่ประชากรโลกต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สังคมไทยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก

- จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสมาคมนักวิชาชีพไทยในภูมิภาคยุโรปประจำปี 2563 ภายใต้หัวข้อ “DBCG Economy and Smart City for Thailand Sustainability” ร่วมกับ สมาคมนักวิชาชีพไทยในภูมิภาคยุโรป และ สวทช. ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย ซึ่งงานประชุมนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 - 1 เมษายน 2563 โดยเนื้อหาของการประชุมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศไทยตามหลัก DBCG Model ที่มีการประสานองค์ความรู้ใหม่เข้ากับระบบเศรษฐกิจทั้ง 4 รูปแบบ คือ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนหัวข้อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

- จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม European Research and Innovation Day and Proposal Workshop ร่วมกับ สวทช. และ European Commission, DG Research and Innovation ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 7 – 9 เมษายน 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักวิจัยไทยทั้งจากสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย รวมทั้งจากภาคเอกชน ได้รับทราบถึงแหล่งทุนวิจัยจากคณะกรรมาธิการยุโรป แหล่งทุนวิจัยจากประเทศต่างๆในภูมิภาคยุโรป ได้แก่ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี และอังกฤษ เป็นต้น และเพื่อจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติในการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยจากแหล่งทุนวิจัยต่างๆของภูมิภาคยุโรป

ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นงานเฉลิมฉลองการประดิษฐานรูปปั้นโกษาปาน โดยทั้งนี้รูปปั้นเจ้าพระยาโกษาปานเป็นโครงการริเริ่มโดยสมาคมครูสอนภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 333 ปีที่ราชทูตสยาม เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) พร้อมคณะทูต ได้มาเยือนประเทศฝรั่งเศส ซึ่งคณะราชทูตได้มาเทียบเรือขึ้นบกที่เมืองแบรสต์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2229 ก่อนที่จะได้ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2229 และคณะราชทูตได้เดินทางกลับจากกรุงปารีสมาที่เมืองแบรสต์นี้อีกครั้งเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2229 และได้ลงเรือออกจากเมืองแบรสต์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2229 เพื่อเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยา โดยใช้เวลาเดินทางทางเรือ 7 เดือน 8 วัน (อ้างอิงจาก: นิวัติทัศนา โกษาปาน 2563)

งานเฉลิมฉลองการประดิษฐานรูปปั้นโกษาปาน ประกอบด้วยพิธีเปิดรูปปั้นโกษาปาน หน้าสถานีขึ้นกระเช้า Jean Moulin ซึ่งตั้งอยู่ที่ 1 rue Louise Pasteur ที่เริ่มขึ้นในเวลา 11.00 น. เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ และภริยา พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยประจำกรุงปารีสและสำนักงานที่มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศฝรั่งเศสและข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตและสำนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีฯ โดยมีบุคคลสำคัญของฝรั่งเศสเข้าร่วมงานจำนวนมาก ได้แก่ นาย Francois Cuillandre นายกเทศมนตรีของเมืองแบรสต์ นาย Ivan Bouchier รองผู้ว่าราชการจังหวัด Finistere นาย Thierry Mathou อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย กระทรวงยุโรปและการต่างประเทศฝรั่งเศส และมีประชาชนชาวไทยในฝรั่งเศสและจากประเทศไทย พร้อมด้วยชาวเมืองแบรสต์อีกเป็นจำนวนมากเข้าร่วมงาน จากนั้นได้รำกลองยาวไปจนถึงที่ทำการเมืองแบรสต์ (Hotel de Ville, 2 rue Frezier)เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง และต่อด้วยงานแสดงวัฒนธรรมไทย ณ Les Ateliers des Capucins (25 rue de Pontaniou)


กลับไปหน้าบทความ