สหภาพยุโรปริเริ่มโครงการ Coronavirus Global Response เพื่อระดมทุนสำหรับการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19

20/05/2020

สหภาพยุโรปริเริ่มโครงการ Coronavirus Global Response เพื่อระดมทุนสำหรับการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19

 

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 สหภาพยุโรป นำโดย นาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เป็นประธานในการจัดการประชุมนานาชาติ “Coronavirus Global Response Pledging Conference” ในรูปแบบออนไลน์ ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และผู้นำของประเทศอื่น ๆ เพื่อระดมทุนสนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยในการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมด้วยประมาณ 40 ประเทศ รวมทั้งผู้แทนของกลุ่มผู้บริจาคเข้าร่วมประชุมด้วย จากข้อสรุปในที่ประชุมได้มีการกำหนดเป้าหมายของการระดมทุนภายใต้โครงการ Coronavirus Global Response ไว้ที่ 7,500 ล้านยูโร

โครงการ Coronavirus Global Response ได้ถูกริเริ่มจากคณะกรรมาธิการยุโรปและอีก 9 ประเทศทั้งในและนอกสหภาพยุโรป ได้แก่ นอร์เวย์ แคนาดา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ซาอุดิอาระเบีย สหราชอาณาจักร และ สเปน โดยจุดประสงค์หลักของการระดมทุนครั้งนี้ คือ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงการวินิจฉัย การค้นหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยให้ทุกประเทศทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ในราคาย่อมเยา ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาที่เร่งด่วนที่สุด 3 ประการในการจัดการกับโรคโควิด-19  โดยจะร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกและองค์การด้านสาธารณสุขระดับโลก  

การระดมทุนครั้งนี้ มีความสอดคล้องกับแถลงการณ์ของนาย Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ที่ก่อนหน้านี้ได้เรียกร้องให้มีการพัฒนาวิธีการรักษาโรคโควิด-19 โดยให้ผลิตวัคซีนในราคาถูกและจัดหาเครื่องมือตรวจหาเชื้อให้เพียงพอสำหรับทุกคนเพื่อที่จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเข้าร่วมบริจาคของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

หลังจากมีการประกาศระดมทุนภายใต้โครงการ Coronavirus Global Response ด้านผู้นำชาติต่าง ๆ ทั่วโลก ต่างให้ความสนใจและยินดีสนับสนุนโครงการนี้ โดยในช่วงการเริ่มต้นของการประชุม สหภาพยุโรปได้ประกาศที่จะบริจาคเงิน 1,000 ล้านยูโร เพื่อเป็นกองทุนแรกเริ่มสำหรับโครงการ Coronavirus Global Response โดยนาง Ursula von der Leyen กล่าวว่างบประมาณจำนวนนี้เป็นทุนตั้งต้นจากความร่วมมือของทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความมีมนุษยธรรม พร้อมระบุเตือนด้วยว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเพิ่มเติมอีกมากในอนาคตเพื่อการผลิตวัคซีน และให้ทุกคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงและซื้อหาวัคซีนดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง

ในขณะที่นาย Emmanuel Macron ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ได้ให้คำมั่นว่าฝรั่งเศสจะช่วยสนับสนุนกองทุนด้วยงบ 500 ล้านยูโร นาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ให้คำมั่นว่าเยอรมนีจะช่วยสนับสนุนเป็นเงินจำนวน 525 ล้านยูโร และ นาย Giuseppe Conte นายกรัฐมนตรีของอิตาลี ให้คำมั่นว่าอิตาลีจะช่วยสนับสนุนเป็นเงินจำนวน 70 ล้านยูโร อีกทั้งผู้นำทั้ง 3 ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ระบุสนับสนุนการระดมเงินทุนเพื่อการวิจัยพัฒนาวัคซีนดังกล่าว ขณะที่นาย Pedro Sánchez นายกรัฐมนตรีของสเปน ได้ประกาศสนับสนุนเงินทุน 125 ล้านยูโร โดยระบุว่า 50 ล้านยูโร จะมอบให้การผลิตวัคซีน ส่วนอีก 75 ล้านยูโร มอบให้กับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด-19

นอกจากนี้ยังมีประเทศนอกสมาชิกสหภาพยุโรปที่พร้อมใจกันสนับสนุนโครงการ Coronavirus Global Response อาทิ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นประธานร่วมในการจัดการประชุมครั้งนี้ ระบุว่าประเทศแถบสแกนดิเนเวีย จะสมทบทุนจำนวน 1,000 ล้านยูโร ซึ่งเทียบเท่ากับงบสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ในขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบียให้คำมั่นที่จะสมทบทุนเป็นจำนวน 450 ล้านยูโร และ นาย Boris Johnson นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรประกาศมอบเงินสนับสนุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาวัคซีน จำนวน 440 ล้านยูโร

สำหรับประเทศในฝั่งทวีปเอเชีย ถึงแม้ผู้นำของประเทศจีนจะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ แต่ได้ส่งเอกอัครราชทูตประจำสหภาพยุโรปเป็นตัวแทนในการเข้าร่วม โดยประเทศจีนประกาศให้งบสนับสนุนจำนวน 45 ล้านยูโร ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในประธานร่วมจัดตั้งโครงการนี้ ประกาศให้งบสนับสนุนจำนวน 760 ล้านยูโร และประเทศเกาหลีใต้ประกาศให้งบสนับสนุนจำนวน 45 ล้านยูโร

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศรัสเซียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำระดับโลก และต่างได้รับผลกระทบในระดับรุนแรงจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ และยังไม่มีการประกาศที่จะสนับสนุนงบวิจัยให้แก่โครงการ Coronavirus Global Response โดยนายกรัฐมนตรีของประเทศนอร์เวย์ได้ระบุว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่เราอยู่ในภาวะวิกฤต และเราควรต้องร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ

นอกจากนี้ยังมีองค์กรอื่น ๆ เช่น สหประชาชาติ องค์กรด้านการกุศล และสถาบันวิจัยต่าง ๆ ร่วมกันบริจาคเงิน อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้บริจาคซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคมอีกหลายคนได้ให้คำมั่นว่าจะบริจาคงบสนับสนุนเข้าโครงการ Coronavirus Global Response

การใช้ประโยชน์จากโครงการ Coronavirus Global Response

สหภาพยุโรปแถลงว่าจากจำนวนเงินทั้งหมด 7,500 ล้านยูโร จะถูกจัดสรรนำไปใช้ในการพัฒนาวัคซีนจำนวน 4,000 ล้านยูโร อีก 2,000 ล้านยูโร จะถูกใช้ในการวิจัยเพื่อการรักษาโรค และ 1,500 ล้านยูโร จะนำไปใช้ในการผลิตเครื่องมือตรวจเชื้อ โดยยอดเงินบริจาคจะถูกส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ องค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (Global Alliance for Vaccines and Immunization, GAVI) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือระหว่างองค์กรรัฐและเอกชนเพื่อมุ่งช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ยากจนที่สุด 73 ประเทศ ให้เข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคได้มากกว่าเดิม โดยมีสมาชิกอย่างเช่น องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations Children's Fund, UNICEF) มูลนิธิบิลและเมลินด้า เกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) และ มูลนิธิเพื่อการวินิจฉัยเชิงนวัตกรรมใหม่ (The Foundation for Innovative New Diagnostics, FIND) เป็นต้น อีกทั้งจะบริจาคให้แก่กลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations, CEPI) ซึ่งเป็นองค์กรระดับสากลที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2559 โดยมีจุดประสงค์ในการเร่งพัฒนาวัคซีนใหม่ ๆ เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และต้องการผลักดันให้ประชาชนทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึง รวมถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ด้วย ซึ่งปัจจุบันทาง CEPI ได้สนับสนุนการทดลองวัคซีนอยู่หลายตัวโดยร่วมวิจัยกับสถาบันวิจัยต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น บริษัท GSK ของสหราชอาณาจักร มหาวิทยาลัย Queensland ประเทศออสเตรเลีย บริษัท Moderna ในสหรัฐอเมริกา และสถาบันโรคติดเชื้อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติสหรัฐอเมริกา เป็นต้น โดยมีวัคซีนหลายตัวที่รอเข้าสู่การทดลองกับมนุษย์ระยะที่สองอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนนี้ และหากผลการทดลองพบว่าปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพ ก็น่าจะผลิตวัคซีนชุดแรกได้ภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะเป็นการใช้ในกรณีฉุกเฉินก่อน

สถานะล่าสุด

ข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ระบุว่าโครงการ Coronavirus Global Response สามารถระดมทุนได้แล้ว 7,400 ล้านยูโร จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7,500 พันล้านยูโร และจะยังคงทำการระดมทุนต่อไปให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยจะเปิดรับการบริจาคจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2563

ทางสหภาพยุโรปกล่าวเสริมว่าการที่จะต่อสู้กับโรคโควิด-19 ได้ จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีงบประมาณสนับสนุนมหาศาล โดยชี้ว่าการระดมเงินสนับสนุนจะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างนักวิทยาศาสตร์ หน่วยงานบังคับใช้กฎระเบียบ ภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ องค์กรการกุศลต่าง ๆ จนถึงผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 จึงเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์ชั้นนำและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ร่วมใจกันบริจาคเงินเพื่อสู้กับวิกฤตในครั้งนี้ โดยในวันที่ 4 มิถุนายน 2563 อังกฤษจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมออนไลน์ครั้งต่อไป

โครงการ Coronavirus Global Response ถือว่าเป็นอีกโครงการระดับโลกที่ประเทศไทยควรเข้าร่วมเพื่อแสดงบทบาทและจุดยืนในการสนับสนุนการสร้างความร่วมมือแบบพหุพาคีในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ในประเด็นการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้และการทำวิจัยร่วมในการพัฒนาวัคซีน โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และแสดงเจตจำนงในการร่วมบริจาคทุนสนับสนุนได้ที่ https://global-response.europa.eu/

ที่มา:

https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_20_797

https://global-response.europa.eu/

 


กลับไปหน้าบทความ