การประชุมวิชาการประจำปีของนักเรียนไทยในทวีปยุโรปครั้งที่ 9 (TSAC 2020)

30/07/2020

ในระหว่างวันเสาร์ที่ 25 และวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ ร่วมกับตัวแทนกลุ่มนักเรียนไทยจากประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปได้จัดงานประชุมวิชาการออนไลน์ของนักเรียนไทยในยุโรป Virtual TSAC2020 (the 9th Thai Student Academic Conference) ภายใต้หัวข้อ “Living in the Digital Transformation Era” ซึ่งเป็นยุคที่ประชากรโลกต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สังคมไทยพร้อมรับกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก เตรียมองค์ความรู้และบุคลากรเพื่อตอบรับนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก, Eastern Economic Corridor (EEC) ทั้งยังสอดคล้องกับการขับเคลื่อนประเทศยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) การจัดงานประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อการแบ่งปันองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือเชิงนวัตกรรมระหว่างนักเรียนไทย หน่วยงานในประเทศไทย และหน่วยงานในทวีปยุโรป เพื่อขยายผลไปสู่ความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต

การจัดประชุม TSAC ในครั้งนี้มีความพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการจัดประชุม ในรูปแบบ Virtual Conference ซึ่งเป็นการปรับตัวตามวิถี New Normal เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจากเดิมมีแผนจะเป็นการจัดประชุม TSAC ณ กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้การจัดประชุมวิชาการประจำปีของนักเรียนในทวีปยุโรป ในรูปแบบ Virtual Conference ในปีนี้ ประกอบด้วยการจัดกิจกรรมการบรรยายโดยวิทยากรรับเชิญพิเศษ อาทิ ผู้บริหารจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการนำเสนอผลของนักเรียนไทยในยุโรป ซึ่งครอบคลุมงานวิจัย ทั้งในด้าน วิทยาศาสตร์ การแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ รวมไปถึงทางด้านสังคมศาสตร์ อีกทั้งกิจกรรมสำหรับพบปะนักเรียนไทยและนักวิจัยจากหลากหลายประเทศ (social networking)

สำหรับในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นวันแรกของการจัดงาน TSAC ประกอบด้วยกิจกรรมพิธีเปิดงานประชุม การบรรยายโดยวิทยากรรับเชิญพิเศษ และ กิจกรรม Networking session ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
ในโอกาสนี้

ดร.มาณพ สิทธิเดช อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ กล่าวรายงานในพิธีเปิดงานการประชุมวิชาการประจำปีของนักเรียนไทยในทวีปยุโรป TSAC 2020

รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเปิดงานการประชุมฯ

ดร. ธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ให้การบรรยายในหัวข้อ การปรับตัวต่อเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ให้การบรรยายในหัวข้อ “Empowering the Next Gen for the Future

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ให้การบรรยายในหัวข้อ: "นวัตกรรมกับบทบาทใหม่ เมื่อโลกกำลังทำให้มนุษยชาติเปลี่ยนแปลง”

จากนั้นต่อด้วยกิจกรรม Networking session จำนวน 3 ห้องประชุมย่อย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสถาม และสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับวิทยากรบรรยายพิเศษของทั้ง 2 วัน ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุม TSAC ได้ทราบถึงทิศทางและนโยบายด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ของประเทศไทยในหลาย ๆ มุมมอง

สำหรับในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ประกอบด้วยกิจกรรมการบรรยายพิเศษ และกิจกรรมการนำเสนอผลงานทางวิชาการของนักเรียนไทย

โดยในส่วนของการบรรยายพิเศษนั้น ผศ.ดร. มารุต ตั้งวัฒนาชุลีพร คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ให้การบรรยายในหัวข้อ "โอกาสทองของนักวิจัยที่มากับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก”และ ดร. เคตะ โอโน่ ผู้อำนวยการศูนย์ Innogineer Studio มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้ให้การบรรยายในหัวข้อ "จากงานวิจัยสู่ธุรกิจ"

ถัดมา เป็นกิจกรรมการนำเสนอผลงานทางวิชาการของนักเรียนไทย จำนวน 13 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ห้องประชุมย่อย ซึ่งประกอบด้วย
- Science & Engineeering
- Biology & Mediciene
- Chemistry, Law & Economic

ซึ่งมีผู้ที่ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานดีเด่น จำนวน 4 คน ดังนี้
1. Nuttamas Tubsrinuan นำเสนอผลงานในหัวข้อ Investigating a challenge of building a superconducting quantum computer
2. Keerati Kaewrak นำเสนอผลงานในหัวข้อ Automatic Brain Tumour Regions Segmentation Using Modified U-Net
3. Thanet Pitakbut นำเสนอผลงานในหัวข้อ A critical step in applying a computational approach for drug recovery under the new outbreak situation
4. Wipharat Phokee นำเสนอผลงานในหัวข้อ Are modern surgical instruments really safe?

จากนั้น ปิดท้ายกิจกรรมด้วยคำกล่าวปิดงานการประชุม โดย ดร.มาณพ สิทธิเดช อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์

การจัดงานประชุม TSAC ในครั้งนี้ดำเนินสำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีปัญหาทางเทคนิคบ้างเล็กน้อยเนื่องจากเป็นปีแรกที่มีการจัดแบบ virtual conference แต่ทุกฝ่ายสามารถร่วมมือแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และถือโอกาสนี้ ขอขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุม ท่านเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ดร. ธีรวัฒน์ ภูมิจิตร ที่กรุณาให้เกียรติมากล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม วิทยากรรับเชิญทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ที่ได้สละเวลามาแบ่งปันความรู้ให้แก่เครือข่ายนักศึกษาและนักวิจัยไทยทั้งในยุโรปและประเทศไทย และขอถือโอกาสแสดงความชื่นชมและขอบคุณต่อคณะผู้ดําเนินการจัดงานทุกท่าน ซึ่งในปีนี้มีตัวแทนนักเรียนและนักวิจัยจากประเทศต่าง ๆ ได้แก่ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส ฮังการี และอังกฤษ มาทำงานร่วมกันในการจัดการประชุมครั้งนี้ นับว่าเป็นแนวทางการทำงานที่จะช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์ของนักเรียนไทยระหว่างประเทศต่าง ๆ ในยุโรปได้เป็นอย่างดี และน่าจะได้คงแนวทางการทำงานแบบนี้ไว้ในปีต่อ ๆ ไป

สำหรับ Theme หลักในการประชุมครั้งนี้คือ เรื่อง “Living in the digital transformation era” ซึ่งถือได้ว่ามีความสอดคล้องกับยุคปัจจุบันที่ประชากรโลกต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สังคมไทยจำเป็นต้องเตรียมพลเมืองของประเทศให้มีทักษะดิจิทัล เพื่อรับกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก เตรียมองค์ความรู้และบุคลากรเพื่อตอบรับนโยบายของประเทศ เช่น เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi

เมื่อพิจารณาถึงการพัฒนานโยบายดิจิทัล ประเทศไทยสามารถนำองค์ความรู้จากเครือข่ายนักศึกษาและนักวิจัยไทยในยุโรปมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศหลาย ๆ ด้าน เช่น
1) ด้านการเชื่อมต่อ (connectivity) ซึ่งจะพิจารณาปัจจัยด้านการเข้าถึงโครงข่ายการสื่อสารความเร็วสูงที่สามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมาก และโครงข่ายการสื่อสารความเร็วสูงแบบประจำที่และเคลื่อนที่
2) ความสามารถของประชากร (human capital) ซึ่งจะพิจารณาปัจจัยด้านทักษะการใช้อินเตอร์เน็ตและทักษะขั้นสูง และทักษะด้าน STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics) เป็นต้น
3) การใช้อินเตอร์เน็ต (use of internet) ซึ่งจะพิจารณาปัจจัยด้านการใช้บริการทางอินเตอร์เน็ตและธุรกรรมออนไลน์
4) การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล (integration of digital technology) เช่น การพิจารณาปัจจัยด้านการค้าและการทำธุรกิจออนไลน์ และ
5) การให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนในรูปแบบดิจิทัล (digital public services) พิจารณาปัจจัยด้านการเข้าถึงบริการและข้อมูลของรัฐแบบออนไลน์ บริการด้านสุขภาพออนไลน์ และการให้บริการข้ามพรมแดนต่อประชาชน เป็นต้น

ในส่วนของการนำเสนอผลงานของนักเรียนไทยในยุโรป ทางผู้เข้าร่วมประชุมต่างได้รับข้อมูลและความรู้ที่หลากหลายในหลาย ๆ สาขา ไม่ว่าจะเป็น สาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ สาขาชีววิทยาและการแพทย์ และสาขากฎหมายและเศรษฐศาสตร์

จากการนำเสนอผลงานวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้ได้รับทราบถึง:
• การศึกษาโครงสร้างของสารประกอบเชิงซ้อนแพลทินัมซึ่งสามารถต่อยอดนำไปใช้พัฒนาวัสดุออปโตอิเล็กทรอนิกส์ได้
• การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในบริบทของสังคมชนบท ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเช่นกัน
• การวิจัยด้านเทคโนโลยีควอนตัมที่สามารถนำมาช่วยสร้างและพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมของประเทศไทย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการคำนวนและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในงานวิจัยทุกสาขาในอนาคต
• การใช้เครื่อง Ion mobility spectrometer ในการตรวจวัดไอออน ซึ่งสามารถนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในการควบคุมปริมาณสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายได้ ตามแหล่งโรงงานอุตสากรรม หรือสามารถนำไปตรวจวัตถุระเบิดประเภทที่ผลิตจากสารอินทร์ระเหยได้ง่ายตามสนามบิน
• การออกแบบและพัฒนาเครื่องควบแน่นความชื้นจากอากาศ ซึ่งสามารถต่อยอดนำไปแก้ปัญหาความแห้งแล้งที่ยังมีอยู่ในหลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทยได้
• เทคโนโลยี Image Inpainting ซึ่งเป็นเทคนิคการประมวลผลภาพแบบหนึ่งที่เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการกู้คืนข้อมูลภาพถ่ายหรือวิดีโอที่เสียหายไปบางส่วนได้ และ
• การประเมินความเสี่ยงของการใช้ Electromagnetic (EM) sensor ในเครื่องมือผ่าตัด ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเพื่อป้องกันและกำจัดความเสี่ยงและอันตรายที่จะเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด

ในส่วนของสาขาชีววิทยาและการแพทย์ ทำให้ได้รับทราบถึงความรู้ใหม่ ๆ ในเรื่อง:

• การตรวจแยกเนื้องอกในสมองแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษา เช่น การฉายรังสี ในผู้ป่วยแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเนื้องอกในสมองของผู้ป่วยแต่ละคนมีขนาดและตำแหน่งของเนื้องอกที่แตกต่างกัน
• การสกัดโปรตีนจากรำข้าว ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรของไทย และส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค
• การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ในกระบวนการค้นหายารักษาโรค ซึ่งจะมีบทบาทที่สำคัญในการค้นหายารักษาโรคโควิด – 19 เนื่องจากจะสามารถช่วยลดระยะเวลาในการค้นหายาต้านไวรัสลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
• การศึกษาทางเคมีของสารสกัดจากแก่นต้นมะหาด ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นยาหรือสารเสริมการออกฤทธิ์ยาต้านมะเร็งเพื่อให้ได้องค์ความรู้และนวัตกรรม สามารถใช้ได้ในประเทศ ลดการนำเข้ายาและแข่งขันในตลาดโลกได้
• การวิจัยเอนไซม์ที่เปลี่ยนไนเตรตให้เป็นไนตริกออกไซด์ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาเป็นยาเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดและหัวใจในอนาคต

และท้ายสุดในสาขากฎหมายและเศรษฐศาสตร์ มีการนำเสนอผลงานวิจัยที่น่าสนใจ 2 หัวข้อ คือ
• การศึกษากฎหมายไทยที่ใช้ในการกำกับการหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งสอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ซึ่งพบว่าในหลาย ๆ ครั้งมีการใช้ social media ในทางที่ผิด เช่น cyberbullying โดยองค์ความรู้ที่ได้วันนี้สามารถนำไปพัฒนากฎหมายไทยให้ทัดเทียมในระดับนานาชาติได้ และ
• การวิจัยเกี่ยวกับแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์มหภาค ซึ่งสามารถนำไปสู่การสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์มหภาคให้สมจริงและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยในอนาคตของประชาชน และการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ

จะเห็นได้ว่าการจัดการประชุมประจำปีของนักเรียนไทยในภูมิภาคยุโรป หรือ TSAC นอกจากจะช่วยสนับสนุนความสำเร็จทางวิชาการของนักเรียนไทยในทวีปยุโรปและส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้เพื่อนำไปพัฒนาประเทศไทยแล้ว ยังถือเป็นช่องทางเพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาเครือข่ายและหุ้นส่วนทางวิชาการระหว่างนักเรียนและนักวิจัยไทยในยุโรปที่มีความแตกต่างกันในด้านความสามารถทางวิชาการและภูมิหลังทางสังคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยในภายภาคหน้า

แล้วพบกับการประชุมประจำปีของนักเรียนไทยในภูมิภาคยุโรป TSAC 2021 ในปีหน้า ครับ


กลับไปหน้าบทความ