รายงานผลลัพธ์และศักยภาพด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ประจำปี ค.ศ. 2020

07/08/2020

ในทุก ๆ ปี คณะกรรมาธิการยุโรปจะจัดทำ Innovation Scoreboard เพื่อเป็นตัวชี้วัดถึงผลลัพธ์และศักยภาพด้านนวัตกรรม (Innovation Performance) ซึ่งได้มาจากการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป รวมไปถึงประเทศอื่น ๆ ในยุโรป โดยจะมีการประเมินถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของระบบนวัตกรรมในแต่ละประเทศพร้อมทั้งระบุถึงประเด็นที่แต่ละประเทศควรให้ความสนใจและพัฒนา และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยุโรปได้รายงานผลลัพธ์และศักยภาพด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรปประจำปี ค.ศ. 2020 (European Innovation Scoreboard 2020)

ในภาพรวมสหภาพยุโรปได้กำลังพัฒนาสู่การเป็นผู้นำทางนวัตกรรมของโลก แต่การพัฒนานวัตกรรมในยุโรปก็ยังประสบปัญหาในประเด็นอัตราการลงทุนจากภาคธุรกิจที่ต่ำ และกฎระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดมากซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม


การจัดลำดับ 4 กลุ่มประเทศนวัตกรรม

 

ในการจัดลำดับประเทศนวัตกรรมในยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปได้แบ่งกลุ่มประเทศออกเป็น  4 หมวดหมู่ ดังนี้

1) ผู้นำนวัตกรรม (innovation leaders) ซึ่งมีค่าผลลัพธ์และศักยภาพด้านนวัตกรรมสูงกว่าค่าเฉลี่ยด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรปประมาณร้อยละ 20  ซึ่งในปี ค.ศ. 2020 ประเทศที่ถูกจัดลำดับอยู่ในกลุ่มผู้นำนวัตกรรม ได้แก่ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และ ลักเซมเบิร์ก

2) ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับสูง (Strong innovators) ซึ่งมีค่าผลลัพธ์และศักยภาพด้านนวัตกรรมใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ซึ่งในปี ค.ศ. 2020 ประเทศที่ถูกจัดลำดับอยู่ในกลุ่มผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับสูง ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม เอสโตเนีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์และโปรตุเกส

3) ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับกลาง (moderate innovators) ซึ่งมีค่าผลลัพธ์และศักยภาพด้านนวัตกรรมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป โดยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 ถึง 90 ของค่าเฉลี่ยด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ซึ่งในปี ค.ศ. 2020 ประเทศที่ถูกจัดลำดับอยู่ในกลุ่มผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับกลาง ได้แก่ โครเอเชีย ไซปรัส เช็กเกีย กรีซ ฮังการี อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย มอลตา โปแลนด์ สโลวะเกีย สโลวีเนีย และสเปน 4) ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมพอประมาณ (modest innovators) ซึ่งมีค่าผลลัพธ์และศักยภาพด้านนวัตกรรมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป โดยอยู่จะต่ำกว่าร้อยละ 50 ของค่าเฉลี่ยด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ซึ่งในปี ค.ศ. 2020 ประเทศที่ถูกจัดลำดับอยู่ในกลุ่มผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับกลาง ได้แก่ บัลกาเรีย และ โรมาเนีย


ภาพรวมของการพัฒนานวัตกรรมของยุโรป

 

การจัดลำดับประเทศนวัตกรรมของสหภาพยุโรปในปี ค.ศ. 2020 เป็นปีแรกที่ไม่นับรวมประสิทธิผลด้านนวัตกรรมจากสหราชอาณาจักร ซึ่งโดยรวมถือว่าส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อค่าเฉลี่ยของประสิทธิผลด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป แต่อย่างไรก็ตามไม่ถือว่ามีผลอย่างนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลทางนวัตกรรมของสหภาพยุโรปกับประเทศอื่น ๆ ในระดับโลก

ในปีนี้ประเทศสวีเดนก็ยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในสหภาพยุโรป ตามมาด้วยประเทศฟินแลนด์ เดนมาร์ก และ เนเธอร์แลนด์ ส่วนประเทศที่มีการเปลี่ยนสถานะของหมวดประเทศนวัตกรรม ได้แก่ ประเทศลักเซมเบิร์กที่พัฒนาจากผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับสูงเป็นผู้นำนวัตกรรม ในขณะที่ประเทศโปรตุเกสได้พัฒนาจากผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับกลางเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับสูง

ผลของการจัด Innovation Scoreboard ในปี ค.ศ. 2020 ชี้ให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ยประสิทธิผลด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรปได้พัฒนาขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกีบปี ค.ศ. 2012  โดยเพิ่มขึ้นใน 24 ประเทศ และลดลงใน 3 ประเทศ ทั้งนี้ประเทศที่มีการพัฒนาความสามารถด้านนวัตกรรมอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ ลิธัวเนีย มอลตา ลัตเวีย โปรตุเกส และกรีซ ในขณะที่โรมาเนีย และสโลวาเนีย มีความสามารถลดลงมากที่สุด

โดยค่าเฉลี่ยประสิทธิผลด้านนวัตกรรมที่เพิ่มขึ้นเป็นผลเนื่องมาจากการพัฒนาในปัจจัยดังนี้ คือ  สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมโดยเฉพาะในด้านเครือข่ายสื่อสารไร้สาย (broadband penetration) รวมไปถึงเงินร่วมลงทุน (venture capital) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา

การเปรียบเทียบการพัฒนานวัตกรรมของยุโรปกับประเทศอื่นทั่วโลก

เมื่อพิจารณาในระดับโลกประสิทธิผลทางนวัตกรรมของสหภาพยุโรปกำลังเทียบเท่าของประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีการพัฒนาด้านนวัตกรรมได้เร็วกว่าสหภาพยุโรป และประเทศจีนเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านวัตกรรมอย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

สหภาพยุโรปมีประสิทธิผลทางนวัตกรรมเป็นอันดับ 5 รองจากประเทศเกาหลีใต้ แคนาดา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น โดยยังนำหน้าทั้งสหรัฐฯ (เป็นปีที่ 2) และจีน ตลอดจนประเทศอื่นๆ ใน 10 อันดับแรกของโลก เช่น ประเทศรัสเซีย บราซิล แอฟริกาใต้ และอินเดีย โดยประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่มีค่าเฉลี่ยประสิทธิผลทางนวัตกรรมสูงสุดในโลกโดยมีคะแนนสูงกว่าสหภาพยุโรปร้อยละ 34 ในขณะที่ประเทศจีนถือเป็นประเทศคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับสหภาพยุโรปเนื่องจากมีการพัฒนาประสิทธิผลทางนวัตกรรมสูงสุด ซึ่งในปัจจุบันประเทศจีนมีอัตราขยายตัวสูงกว่าสหถาพยุโรป ถึง 5 เท่า

จุดแข็งเชิงนวัตกรรมของประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป

โดยกลุ่มประเทศที่ถูกจัดให้เป็นผู้นำนวัตกรรม (innovation leaders) และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับสูง (Strong innovators) ซึ่งมีจุดแข็งเชิงนวัตกรรมแตกต่างกัน ดังนี้

ระบบการวิจัยที่น่าดึงดูด: ประเทศลักเซมเบิร์กถือเป็นประเทศที่มีระบบการวิจัยที่น่าดึงดูมากที่สุดในสหภาพยุโรปตามมาด้วยประเทศเดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน โดยประเทศเหล่านี้เปิดกว้างสำหรับการสร้างความร่วมมือทางด้านการวิจัยกับประเทศที่สาม นักวิจัยมีการติดต่อกับเครือข่ายระดับนานาชาติ และคุณภาพผลงานวิจัยอยู่ในระดับสูง

การพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม: ประเทศลักเซมเบิร์กถือเป็นประเทศผู้นำที่มีความโดดเด่นในด้านนี้ ตามด้วยประเทศฟินแลนด์ ออสเตรีย และเบลเยียม โดยประเทศเหล่านี้จะมีสัดส่วนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการพัฒนานวัตกรรมและกระบวนการทางธุรกิจในระดับสูง ในขณะที่ประเทศไอร์แลนด์ยังเป็นผู้นำในเรื่องการสร้างงานซึ่งเป็นผลพวงจากการพัฒนานวัตกรรม ตามด้วยประเทศลักเซมเบิร์ก มอลต้า และสวีเดน

ความร่วมมือและการเชื่อมโยงทางนวัตกรรม: ประเทศออสเตรียถือเป็นประเทศผู้นำที่มีความโดดเด่นในด้านนี้ ตามด้วยประเทศเบลเยียม ฟินด์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ โดยประเทศเหล่านี้มีความสามารถทางนวัตกรรมที่หลากหลายเนื่องจากได้เข้าร่วมพัฒนานวัตกรรมกับบริษัทเอกชน หรือ องค์กรภาครัฐต่าง ๆ นอกจากนี้ระบบการวิจัยในประเทศเหล่านี้ยังขับเคลื่อนให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของบริษัทเอกชนเพื่อส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนร่วมในระบบวิจัยของภาครัฐ

สำหรับด้านอื่น ๆ ประเทศสวีเดนถือเป็นผู้นำด้านทรัพยากรมนุษย์ ประเทศเดนมาร์กถือเป็นผู้นำด้านการเงินและบรรยากาศที่ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม ประเทศเยอรมนีถือเป็นผู้นำด้านการลงทุนของภาคเอกชน และประเทศลักเซมเบิร์กถือเป็นประเทศผู้นำในด้านทรัพย์สินทางปัญญา

นาง Mariya Gabriel คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการวิจัยและนวัตกรรมและควบตำแหน่งกรรมาธิการยุโรปด้านการศึกษา เยาวชน กีฬา และวัฒนธรรม กล่าวว่าการวิจัยและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการช่วยสหภาพยุโรปรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของภูมิภาคยุโรป รวมถึงการปรับตัวของสหภาพยุโรปเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

โดยการประเมินเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในสหภาพยุโรปและการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของระบบการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถทำการประเมินภาคส่วนที่ต้องใช้ความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อไป นอกจากนี้ยังใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงโอกาสการสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนานวัตกรรมให้แก่ประเทศนอกสหภาพยุโรป เช่น ประเทศไทย ได้เช่นกัน

ที่มา:

https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/qanda_20_1150

https://ec.europa.eu/growth/content/european-innovation-scoreboard-2020-eu%E2%80%99s-increasing-innovation-vital-sustainable-and_en

https://thaieurope.net/


กลับไปหน้าบทความ