การเปลี่ยนแปลงของโครงการ Marie Skłodowska-Curie actions (MSCA) ภายใต้กรอบโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรปฉบับใหม่ของยุโรป

03/02/2021

หากกล่าวถึงโครงการ Marie Skłodowska-Curie actions (MSCA) เหล่านักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะยุโรปจะทราบดีว่าเป็นโครงการของสหภาพยุโรปที่ส่งเสริมด้านความเป็นเลิศทางการวิจัย วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมที่มีมาเนิ่นนานตั้งแต่กรอบแผนงานฉบับที่ 7 ของสหภาพยุโรป (FP7) ต่อเนื่องมาถึงโครงการ Horizon 2020 (กรอบแผนงานฉบับที่ 8 ของสหภาพยุโรป) และจะยังคงมีอยู่ภายใต้แผนงานโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรปฉบับใหม่ของยุโรป ซึ่งถือเป็นแผนงานโครงการฉบับที่ 9 และมีชื่อว่า Horizon Europe

บทนำ

โครงการ MSCA จะมุ่งเน้นเปิดรับใบสมัครจากนักวิจัยทั่วโลกให้ไปทำวิจัยร่วมในหน่วยงานต่างประเทศ โดยจะคัดเลือกให้ทุนแก่นักวิจัยที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม แสดงศักยภาพการพัฒนาอย่างเด่นชัด และมีโครงการวิจัยที่ดี โดยมีเป้าหมายหลักของโครงการ MSCA เพื่อต้องการส่งเสริมการพัฒนาทางอาชีพและการฝึกอบรมแก่นักวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์ทุกสาขาโดยผ่านการแลกเปลี่ยนนักวิจัยระหว่างประเทศในระดับนานาชาติ และระหว่างสาขาต่าง ๆ กัน ทั้งนี้งบประมาณของโครงการ MSCA ที่ผ่านมา(ระหว่างปี ค.ศ. 2014 – 2020) อยู่ที่ 6,162 ล้านยูโร สำหรับงบประมาณในระหว่างปี ค.ศ. 2021 – 2027 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอไว้ที่ 6,800 ล้านยูโร

อนึ่งโครงการ MSCA มีลักษณะสำคัญต่าง ๆ ดังนี้ โครงการ MSCA นั้นเปิดให้ทุนแก่งานวิจัยในทุกสาขาตั้งแต่การวิจัยขั้นพื้นฐาน จนไปถึงงานนวัตกรรมบริการ นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานแบบจากล่างสู่บน (bottom-up) โดยให้อิสระแก่นักวิจัย และองค์กรที่สมัครขอรับทุนเป็นผู้กำหนดและเสนอหัวข้อที่ตนเองต้องการทำการวิจัยได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้ามามีส่วนรวมในการวิจัย การเคลื่อนย้ายบุคลากรจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญของโครงการ และท้ายสุดคือการให้ความเท่าเทียมต่อทุกเพศในการให้ทุนวิจัย

การเปลี่ยนแปลงสำคัญ

สำหรับโครงการ MSCA ภายใต้แผนงานโครงการ Horizon Europe จะมุ่งส่งเสริม 5 ภารกิจหลักนั่นคือ การแลกเปลี่ยนนักวิจัย การอบรมนักวิจัย การเสริมสร้างทุนมนุษย์ในเขตวิจัยยุโรป (ERA) การส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วน และการส่งเสริมการให้ความช่วยเหลือแก่สาธารณะ

โครงการ MSCA ภายใต้แผนงานโครงการ Horizon 2020 ในช่วงปี ค.ศ. 2014 – 2020 ได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 โครงการย่อย ได้แก่ 1) Research and Innovation Staff Exchange (RISE)  2) Individual 3) COFUND และ 4) Innovative Training Networks (ITN) แต่ภายใต้โครงการ Horizon Europe โครงการย่อยของโครงการ MSCA เหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นชื่อโครงการ รายละเอียด และเงื่อนไขในการสมัครบางประการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1) MSCA Doctoral Networks

โครงการ MSCA Doctoral Networks ถูกพัฒนาขึ้นมาแทนที่โครงการ Innovative Training Networks (ITN) ซึ่งโครงการ MSCA Doctoral Networks จะมุ่งเน้นการสร้างดุษฎีบัณฑิตในสาขาต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการให้ทุนสำหรับหลักสูตรปริญญาเอกร่วมระหว่างหลายมหาวิทยาลัย หรือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน โดยหน่วยงานในภาคส่วน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคเอกเชนซึ่งรวมถึง SMEs สามารถรวมกลุ่มกันเป็น consortium โดยจะต้องประกอบไปด้วยหน่วยงานอย่างน้อย 3 หน่วยงาน ซึ่งต้องตั้งอยู่ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือประเทศในกลุ่ม associated countries เพื่อขอรับทุนในการจัดตั้งหลักสูตรปริญญาเอก โดยผู้ที่ได้รับทุนมาศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวอย่างน้อย 1 รายจะต้องเป็นนักวิจัยในประเทศสมาชิกฯ

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของการให้ทุนภายใต้โครงการ MSCA Doctoral Networks คือนักวิจัยที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก และยังไม่เคยได้รับปริญญาเอกมาก่อน โดยจะให้ทุนสำหรับหลักสูตรปริญญาเอกนี้สูงสุดไม่เกิน 48 เดือน และ 3- 36 เดือนสำหรับนักวิจัยที่จะได้รับทุนเพื่อเข้าร่วมในหลักสูตร สำหรับหลักสูตรที่มีการเข้าร่วมของภาคเอกชนจะได้รับทุนวิจัยที่สูงกว่า เพื่อส่งเสริมการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน และส่งเสริมการนำงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในภาคการผลิตและอุตสาหกรรม และการทำวิจัยในภาคเอกชนหรือภาคอุตสาหกรรมสามารถทำในประเทศเดียวกันกับหน่วยงาหลักที่นักวิจัยสมัครเข้าเป็นนักศึกษาปริญญาเอกได้

อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญของการสมัครซึ่งจะเริ่มภายใต้โครงการ Horizon Europe เป็นครั้งแรก นั่นคือ ผู้ที่สมัครในปี ค.ศ. 2021 แล้วได้คะแนนการประเมินต่ำกว่าร้อยละ 80 จะไม่มีสิทธิในการสมัครขอรับทุนภายใต้โครงการ MSCA Doctoral Networks ในปี ค.ศ. 2022 แต่จะสามารถสมัครได้อีกทีในปี ในปี ค.ศ. 2023 ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นมาตรการในการจำกัดและคัดกรองข้อเสนอร่างโครงการที่มีคุณภาพ โดยคาดว่าจะเปิดรับสมัครในช่วงเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน ค.ศ. 2021

2) MSCA Postdoctoral Fellowships

โครงการ MSCA Postdoctoral Fellowships ถูกพัฒนาขึ้นมาแทนที่โครงการ Individual Fellowships (IF) ซึ่งโครงการ MSCA Postdoctoral Fellowships ยังคงจะสนับสนุนนักวิจัยทุกเชื้อชาติในการเข้ามาดำเนินการวิจัยหลังปริญญาเอกในประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ใหม่ ๆ ในการทำวิจัย และส่งเสริมการพัฒนาทางอาชีพของนักวิจัยทั้งในภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ โดยจะมุ่งเน้นการส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมแบบสหวิทยาการระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ในทุกสาขาการวิจัย

สำหรับโครงการ MSCA Postdoctoral Fellowships นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 โครงการย่อย นั่นคือ โครงการ European Fellowships ซึ่งจะเปิดกว้างให้แก่นักวิจัยทุกเชื้อชาติในการเข้ามาดำเนินการวิจัยหลังปริญญาเอกในประเทศสมาชิกฯ หรือ ประเทศในกลุ่ม associated countries เป็นเวลา 12-24 เดือน และในทางกลับกันโครงการ Global Fellowships จะให้ทุนวิจัยแก่นักวิจัยของหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในประเทศสมาชิกฯ หรือ ประเทศในกลุ่ม associated countries ไปทำวิจัยในประเทศไหนก็ได้ในโลก เป็นเวลา 12-24 เดือน และต้องกลับมาทำวิจัยในประเทศสมาชิกฯ หรือ ประเทศในกลุ่ม associated countries เป็นเวลา 12 เดือน โดยนักวิจัยที่ไปทำวิจัยในภาคเอกชนหรืออุตสาหกรรมจะได้รับทุนวิจัยสนับสนุนเพิ่มอีกสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน

โครงการ MSCA Postdoctoral Fellowships ภายใต้โครงการ Horizon Europe จะมีการตั้งเงื่อนไขการสมัครเพื่อช่วยจำกัดจำนวนผู้สมัครที่มีอยู่จำนวนมากและคัดกรองผู้สมัครที่มีคุณภาพ อีกทั้งเพิ่มอัตราการได้รับทุนของผู้สมัครอีกด้วย ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวประกอบด้วย 1) จะต้องมีประสบการณ์การวิจัยไม่เกิน 8 ปี (แต่สามารถผ่อนผันได้ในบางกรณี) 2) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก และ 3) ผู้ที่สมัครในปี ค.ศ. 2021 แล้วได้คะแนนการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะไม่มีสิทธิในการสมัครขอรับทุนภายใต้โครงการ MSCA Postdoctoral Fellowships ในปี ค.ศ. 2022 โดยคาดว่าจะเปิดรับสมัครในช่วงเดือนเมษายน - กันยายน ค.ศ. 2021

3) MSCA Staff Exchanges

โครงการ MSCA Staff Exchanges ถูกพัฒนาขึ้นมาแทนที่โครงการ Research and Innovation Staff Exchange (RISE) ซึ่งโครงการดังกล่าว ถือว่ามีการเข้าร่วมของหน่วยงานจากหลากหลายประเทศทั่วโลกมากที่สุด ภายใต้โครงการ MSCA ซึ่งโครงการ MSCA Staff Exchanges ยังจะคงสานต่อภารกิจการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและระหว่างภาคส่วนผ่านการแลกเปลี่ยนบุคลากรในทุกสายงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย หรือบุคคลากรในกลุ่มงานบริหาร หรืองานเทคนิค โดยผลที่คาดหวังของโปรแกรมนี้คือ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายระหว่างองค์กรต่าง ๆ ทั้งในภาคการศึกษา และภาคธุรกิจในยุโรป และระหว่างประเทศอื่น ๆ นอกยุโรป  โดยการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากโครงการ Research and Innovation Staff Exchange (RISE) นั่นคือ ภายใต้โครงการ MSCA Staff Exchanges บุคลากรที่ได้รับทุนมีโอกาสย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในยุโรปในสายงานอื่นที่ทำอยู่ในปัจจุบันได้ ในระยะเวลาที่ไม่เกิน 1 ใน 3 ของระยะเวลาการปฏิบัติงานในต่างประเทศ

4) MSCA COFUND

สำหรับโครงการ MSCA COFUND ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อโครงการ และยังคงมุ่งเน้นการอบรมนักวิจัย การแลกเปลี่ยนและเคลื่อนย้ายบุคลากร และการพัฒนาทางอาชีพในระดับภูมิภาค ประเทศ และนานาชาติ แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยไม่สามารถสมัครขอรับทุนในโปรแกรมนี้ได้โดยตรง แต่ทว่าสามารถมีบทบาทเป็นองค์กรพันธมิตรที่จะมาช่วยให้การอบรมแก่นักวิจัยที่ได้รับทุนได้

โอกาสของนักวิจัยไทย

จากข้อมูลของคณะกรรมาธิการของสหภาพยุโรปพบว่าโครงการ Marie Curie actions เป็นโครงการที่มีการเข้าร่วมของนักวิจัยต่างชาติมากที่สุดภายใต้กรอบแผนงานฉบับที่ 8 ของสหภาพยุโรป หรือ โครงการ Horizon 2020  โดยสัดส่วนของการเข้าร่วมของประเทศนอกสมาชิกสหภาพยุโรปสูงถึงร้อยละ 50 โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 มีนักวิจัยจากหลายประเทศในอาเซียนได้รับทุนจากโครงการ Marie Curie actions เป็นจำนวนทั้งหมด 530 ราย ในส่วนของประเทศไทยมีนักวิจัยไทยได้รับทุนจากโครงการ Marie Curie actions ภายใต้กรอบแผนงานฉบับที่ 8 ของสหภาพยุโรป หรือ โครงการ Horizon 2020 ในช่วงปี ค.ศ. 2014 ถึง  2020 เป็นจำนวน 129 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับทุนไปทำงานวิจัยในประเทศสหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี และโปรตุเกส และประเทศไทยถือเป็นประเทศนอกสมาชิกฯ ลำดับที่ 13 ที่ได้รับทุนสูงสุดจากโครงการ MSCA และมีอัตราความสำเร็จของการสมัครรับทุนวิจัยอยู่ที่ร้อยละ 20.71 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศนอกสมาชิกฯ (ร้อยละ 19.76) ดังนั้นจึงถือได้ว่าโครงการ MSCA เป็นโครงการที่นักวิจัยไทยประสบความสำเร็จในการรับสมัครขอทุนวิจัยมากกว่าโครงการอื่น ๆ ของสหภาพยุโรป โดยส่วนใหญ่จะเป็นการได้รับทุนจากโปรแกรม Research and Innovation Staff Exchange (RISE)  ซึ่งพบว่ามีหน่วยงานของประเทศไทยที่แตกต่างกันถึง 17 หน่วยงาน ได้เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ จำนวน 25 โครงการที่ได้รับทุนจากโครงการ RISE

โดยในฐานะที่สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ทำหน้าที่เป็น National Contact Point Coordinator ของประเทศไทยในภูมิภาคยุโรปเพื่อประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องทุนวิจัยในสหภาพยุโรปยุโรปภายใต้กรอบโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ทางสำนักงานฯจะนำเสนอและอัพเดทข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับทุนวิจัยภายใต้โครงการ MSCA ต่อไปเพื่อส่งเสริมให้อัตราการสมัครและอัตราการได้รับทุนของนักวิจัยไทยเพิ่มสูงขึ้นในปีถัด ๆ ไป


กลับไปหน้าบทความ